วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554
หุ้นไทยปิดร่วง 6.15 จุด
หุ้นไทยอ่อนตัวปิดร่วง 6.15 จุด ห่วงเศรษฐกิจสหรัฐ-ยุโรปชะลอตัว
วันนี้ (3 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ดัชนีแกว่งตัวผันผวนและอ่อนตัวในแดนลบตลอดทั้งวัน ตามตลาดหุ้นต่างประเทศที่ลดลงอย่างหนักหลังนักลงทุนกังวลภาวะเศรษฐกิจสหรัฐว่า จะเป็นอย่างไรต่อไป หลังการขอขยายเพดานหนี้สำเร็จส่งผลให้ระหว่างวันดัชนีทะยานขึ้นสูงสุดที่1,134.35 จุด ลดลงต่ำสุดที่ 1,125.63 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,133.46 จุด ลดลง 6.15 จุด หรือ 0.54% ด้วยมูลค่าซื้อขายคึกคัก 38,555.10 ล้านบาท ส่วนตลาดเอ็มเอไอปิดที่ 318.24 จุด เพิ่มขึ้น 1.54 จุด มูลค่าซื้อขาย 773.94 ล้านบาท
สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ประกอบดด้วย 1.ปตท. ปิดที่ 343.00 บาท ลดลง 5.00 บาท2. ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 168.00 บาท ลดลง 4.00 บาท 3.ธ.กรุงไทย ปิดที่ 20.10 บาท ลดลง 0.40 บาท 4.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 136.50 บาท ลดลง 3.00 บาท และ5. เอไอเอส ปิดที่ 119.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท
นายสมชาย เอนกทวีผล ผอ.ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงต่อเนื่องจากวานก่อน ซึ่งยังยู่ในช่วงการปรับฐาน หลังตลาดปรับเพิ่มขึ้นเพื่อตอบรับข่าวการขยายเพดานหนี้สหรัฐในช่วงก่อนหน้า ทำให้มีแรงขายทำกำไรออกมา แต่ระหว่างการซื้อขายยังมีแรงเข้าซื้อกลับตามการเก็งกำไรการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/54 ของบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าออกมาดี ส่วนแนวโน้มวันที่ 4 ส.ค.นี้ มองว่า ดัชนียังแกว่งตัวและมีโอกาสฟื้นตัวทางเทคนิค(รีบาวน์)ได้ หลังปรับฐานในช่วงก่อนหน้า โดยต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจในต่างประเทศอย่างใกล้ชิดทั้งสหรัฐและยุโรปเพราะยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ประเมินแนวรบัที่ 1,125 จุด และประเมินแนวต้านไว้ที่ 1,150 จุด ด้านกลยุทธ์แนะนำเลือกหุ้นเป็นรายตัว เน้นหุ้นที่ยังไม่ประกาศผลประกอบการ แต่มีแนวโน้มที่ผลงานจะออกมาเติบโตโดดเด่นรวมถึงหุ้นที่มีปันผลระหว่างกาล
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น