วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ป.ตรี 15000 สะเทือนทั้งด้านบวก-ลบ


ถูกใจบัณฑิตใหม่ นโยบายปรับเงินเดือนให้กับผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีเป็นไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท การโหมโรงถึงการปรับฐานเงินเดือนข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจวุฒิปริญญาตรีให้มีเงินเดือนเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 15,000 บาทภายในเดือนตุลาคม 2554 ซึ่งเป็นการเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่ซึ่งมีทั้งเสียงสนับสนุนและคัดค้าน   ถ้ามองในแง่ลูกจ้างย่อมเป็นเรื่องดีที่จะได้รับการยกระดับรายได้ให้สอดคล้องกับภาวะการครองชีพในยุคข้าวยากหมากแพงแบบดึงไม่หยุดฉุดไม่อยู่นี้
เพราะข้อเท็จจริงในปัจจุบันอัตราเงินเดือนข้าราชการวุฒิปริญญาตรีบรรจุใหม่ได้รับเงินเดือน  8,700 บาท และมีเงินเพิ่มช่วยค่าครองชีพอีกไม่เกิน 1,500 บาท  รวมเป็นรายได้เริ่มต้น 10,200 บาท  ขณะที่ภาคเอกชนส่วนใหญ่จะจ้างพนักงานวุฒิปริญญาตรีสายสังคมศาสตร์ในอัตราที่ต่ำกว่า 10,000 บาท  มีบางสาขาวิชาที่ได้เกิน 10,000 บาท แต่ส่วนใหญ่ไม่เกิน 15,000 บาท สำหรับผู้จบใหม่ไม่มีประสบการณ์  ดังนั้นหากราชการการปรับฐานเงินเดือนเป็น 15,000 บาท ก็จะเป็นการยกระดับเหนือภาคเอกชนซึ่งย่อมมีผลสะเทือนทั้งด้านบวกและลบ ส่งผลกระทบกับทั้งสองฝ่าย
            จากการสัมภาษณ์บริษัทเอกชน อาจารย์มหาวิทยาลัย และนักศึกษา ถึงนโบบาย 15,000 ต่างก็มีความคิดเห็นที่ต่างกัน
     ด้านบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง (ผู้จัดการแผนกจ้างงานฝ่ายบุคคล) : ไม่เห็นด้วยครับ เพราะการขึ้นเงินเดือนปริญญาตรี15000 จะส่งผลให้หลายบริษัทต้องจ้างพนักงานในระดับที่ต่ำกว่า ปริญญาตรีมากขึ้นหันไปเริ่มว่าจ้างเด็กที่จบในระดับ ปวช. และ ปวส.มาฝึกให้เป็นงานจะดีกว่า อัตราแรกจ้างไม่สูงเกินไปกว่างานที่ต้องรับผิดชอบ มองถึงศักยภาพของพนักงานมากขึ้นพร้อมกับลดจำนวนพนักงานในบริษัทลง ปรับเงินเดือนป.ตรีให้ใกล้เคียงกับรัฐบาลหรือสูงกว่า แต่ถ้านโยบายนี้ เริ่มใช้เมื่อไหร่ก็คงต้องหาวิธีรับมือ รอดูกันไป

     ส่วนอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่ง : เห็นด้วยคะ เดี๋ยวนี้ราคาข้าวของสินค้าต่างๆ ขึ้นราคาสูง แต่รายได้ปริญญาตรียังต่ำอยู่เลย

     และนักศึกษา มธ. คณะศิลปะศาสตร์ : ไม่เห็นด้วย  แต่ปริญญาตรีกับเงินเดือน 15000 บาท ดูเหมือนจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีนะ  แต่ถ้าหากรัฐบาลสามารถจัดการให้พนักงานได้รับเงินเดือนขั้นต่ำเท่านั้นจริง  แล้วสิ่งที่ตามมาจากเงินเดือนที่สูงขึ้นละ  อาจจะเป็นข้าวของที่มีราคาแพงขึ้น  ค่าครองชีพ ของประชาชนในประเทศอาจจะเพิ่มสูงขึ้น  สิ่งเหล่านี้ก็อาจะเกิดขึ้นหลังจากที่เพิ่มจำนวนเงินก็ได้ และก็ยังส่งผลกระทบต่อบริษัทเอกชนที่ต้องหาวิธีรับมือกับนโยบายนี้  ทางที่ดีรัฐบาลควรจะหาวิธีในการพัฒนาประเทศ ลดค่าครองชีพ ขจัดปัญหาสินค้าที่มีราคาแพง หรือสินค้าที่ขาดแคลนให้หมดไป และพัฒนาประเทศให้มีความเจริญ  ถ้ารัฐบาลสามารถจัดการกับปัญหาหรือระบบเศรษฐกิจภายในประเทศได้อย่างจริงจังแล้วแม้ว่าจะไม่มีการขึ้นเงินเดือน เพื่อเอาใจพนักงานหรือแม้พนักงานระดับปริญญาตรีจะได้เงินเดือนเพียงเท่าเดิมก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้เหมือนกัน

                คงไม่มีใครที่ไหนยอมทำงานกับหน่วยงานที่ให้เงินเดือนต่ำ เพื่อไม่ไห้เกิดปัญหา รัฐบาลควรปรับขึ้น อย่างเป็นขั้นตอนเป็นตอน เพื่อช่วยยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ของคนไทยให้ดีขึ้นบนสภาพความเป็นจริงทางเศรษฐกิจจะดีกว่า

                                                                                                                      นางสาวชยุดา จารุแพทย์ 51122760351 ตอนเรียน B1 




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น