อภิสิทธิ์ ชี้ประธานสภาต้องเป็นกลาง-ตรวจสอบได้ พร้อมทั้งแนะรัฐบาลใหม่ เร่งแก้ 3 เรื่องด่วน ปากท้อง-ลดขัดแย้ง-เคลียร์เขมร
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐสภาชุดใหม่ได้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เป็นประธานรัฐสภา ว่า สมาชิกทุกคนต้องการได้ประธานสภาที่มีความเป็นกลาง แม่นข้อบังคับ ควบคุมการประชุมให้สมาชิกได้แสดงออกอย่างเต็มที่ แต่อยู่ในกรอบที่เหมาะสม เพราะประชาชนจับตาดูการทำงานของสภาผู้แทนฯ ดังนั้นหากการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยก็เป็นภาพลักษณ์ที่ดีของการเมืองในภาพรวม ทุกพรรคการเมือง ส.ส.ทุกคน ถ้าให้ความสำคัญฝ่ายนิติบัญญัติทั้งเรื่องการตรวจสอบกฎหมาย ก็จะทำให้ระบบสภาเข้มแข็งมากขึ้น
สำหรับกรณีที่ประธานและรองประธานสภาฯ ทั้ง 3 คน มาจากพรรคเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เผยว่า ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเมื่อพรรคการเมืองได้เสียงข้างมากเด็ดขาดในสภา และพรรคร่วมรัฐบาลก็ได้แสดงออกในการสนับสนุนโดยการเป็นผู้เสนอชื่อก็เป็นเรื่องปกติ ซึ่งตนไม่ได้มองว่าการได้เสียงข้างมากดังกล่าวเป็นเผด็จการรัฐสภา หากรัฐบาลเปิดโอกาสให้รัฐสภาทำงานได้ตามหน้าที่ ให้โอกาสได้ซักถาม และมีการอภิปราย ก็ถือว่าเป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตยแล้ว
และเมื่อถามว่าต้องการให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จัดลำดับความสำคัญประเทศอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิในเชิงนโยบายที่จะจัดลำดับความสำคัญ แต่ตนขอย้ำว่ามีเรื่องเร่งด่วนในใจของประชาชนที่คงมองไม่ต่างกัน คือ
1. เรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งต้องดูปัญหาปากท้องควบคู่ไปกับการระมัดระวังเศรษฐกิจภาพรวม เนื่องจากมีวิกฤตที่ยุโรป กับสหรัฐฯ ที่ยังไม่เรียบร้อย
2. เรื่องการเมืองที่ต้องลดความขัดแย้ง
3. คดีเรื่องกัมพูชา
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐสภาชุดใหม่ได้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เป็นประธานรัฐสภา ว่า สมาชิกทุกคนต้องการได้ประธานสภาที่มีความเป็นกลาง แม่นข้อบังคับ ควบคุมการประชุมให้สมาชิกได้แสดงออกอย่างเต็มที่ แต่อยู่ในกรอบที่เหมาะสม เพราะประชาชนจับตาดูการทำงานของสภาผู้แทนฯ ดังนั้นหากการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยก็เป็นภาพลักษณ์ที่ดีของการเมืองในภาพรวม ทุกพรรคการเมือง ส.ส.ทุกคน ถ้าให้ความสำคัญฝ่ายนิติบัญญัติทั้งเรื่องการตรวจสอบกฎหมาย ก็จะทำให้ระบบสภาเข้มแข็งมากขึ้น
สำหรับกรณีที่ประธานและรองประธานสภาฯ ทั้ง 3 คน มาจากพรรคเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เผยว่า ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเมื่อพรรคการเมืองได้เสียงข้างมากเด็ดขาดในสภา และพรรคร่วมรัฐบาลก็ได้แสดงออกในการสนับสนุนโดยการเป็นผู้เสนอชื่อก็เป็นเรื่องปกติ ซึ่งตนไม่ได้มองว่าการได้เสียงข้างมากดังกล่าวเป็นเผด็จการรัฐสภา หากรัฐบาลเปิดโอกาสให้รัฐสภาทำงานได้ตามหน้าที่ ให้โอกาสได้ซักถาม และมีการอภิปราย ก็ถือว่าเป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตยแล้ว
และเมื่อถามว่าต้องการให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จัดลำดับความสำคัญประเทศอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิในเชิงนโยบายที่จะจัดลำดับความสำคัญ แต่ตนขอย้ำว่ามีเรื่องเร่งด่วนในใจของประชาชนที่คงมองไม่ต่างกัน คือ
1. เรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งต้องดูปัญหาปากท้องควบคู่ไปกับการระมัดระวังเศรษฐกิจภาพรวม เนื่องจากมีวิกฤตที่ยุโรป กับสหรัฐฯ ที่ยังไม่เรียบร้อย
2. เรื่องการเมืองที่ต้องลดความขัดแย้ง
3. คดีเรื่องกัมพูชา

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น